| Profil de Vashira[T]issues v.1.0PhotosBlogListes | Aide |
|
[T]issues v.1.0All about Tay's issues 30/07/2006 สาระ vs ไร้สาระช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ผมรู้สึกว่าชีวิตมีสาระมากเหลือเกิน...
สาระ ที่เกิดจากการทำงาน - ประมาณเดือนที่แล้วโปรเจ็กต์ที่ทำอยู่เข้าเฟส Formal Testing อันที่จริงก็เพิ่งจะเคยเข้ามามีส่วนร่วมรับผิด(ชอบ-ไม่มี) กะเฟสนี้ครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาทำงาน ก่อนหน้านี้เขียนโค้ดชิลๆ มีบั๊กก้อไล่แก้ไปทีละตัวๆ สบายใจ
เคยคิดเล่นๆว่าทำงานมาตั้งนาน ไม่เคยเทสจริงๆจังๆซะที คงมีบั๊กเยอะแน่ๆเลย...
ไม่ผิดหวังครับ วันแรกที่เค้าเทสกันจริงๆจังๆก็ตูมมาเรย issue วิ่งเข้ามาเรื่อยๆไม่มีหยุด ไหลยังกะท่อแตก ไอ้ผมก็อินโนเซ้นต์ คิดว่ามันคงเป็นเรื่องปกติแหละที่จะมีบั๊ก แหมคนเราก้อต้องมีผิดพลาดกันมั่ง ใช่มะๆ แต่ขอโทด เย็นนั้นมีประชุม(เพลิง) สรุปบั๊กที่ต้องแก้ ผมเห็นแล้วใจไปอยู่ที่ตาตุ่ม issue number พุ่งไปหลักร้อยแล้วครับพี่น้อง... แล้วก็รู้เย็นนั้นเองว่าตั้งแต่เปิดบริษัทมา มีครั้งเนี้ยครั้งแรกที่บั๊กเยอะที่สุด 555 สะจาย
หลังจากวันนั้นมาชีวิตผมก็เปลี่ยนไป๋ เริ่มเรียนรู้ว่าทำอะไรต้องรอบคอบ(น่าจะรู้นานแล้วใช่ไหมเนี่ย -_-') และรู้จักการโยน
งาน(ขี้)ให้คนอื่น ถือว่าเปิดซิงก็โดนของใหญ่
แต่ทุกคนก็ช่วยกันดีและผ่านพ้นมันมาได้ ดีบ้างแย่บ้างตามอัตถภาพ ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมรุมโทรมผมครับ :p
จากวันนั้นจนวันนี้ ผมก็ยังกลับบ้านดึกเกือบทุกวัน ก็รู้อ่ะนะว่าโตขึ้น งานมันก็มากขึ้น ความรับผิดชอบยิ่งต้องมากตาม แต่ก็ยังอดบ่นไม่ได้ (ทำงาน - เครียด - กินเหล้า)
สาระ จากคนรอบข้าง - คนข้างๆตัวก็เริ่มทำตัวมีสาระขึ้นมา แฟนก็วางแผนอนาคตคิดเรียนต่อโท เพื่อนก็จะแต่งงานอยู่มะรอมมะร่อ เห็นบอกว่า 5-6 สิงหานี้ละ รุ่นน้องที่บริษัทก็ตั้งใจทำงาน โอววพระเจ้า
สาระ จากการบ้านการเมือง - กกต ก็โดนจับขังกรง การเลือกตั้ง(ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้) ก็กะลังจะจัดอีกละ เลือกกันจัง เข้าไปซักพักเดี๋ยวก็ล้มโต๊ะอีกอ่ะ เศรษฐกิจก็ย่ำแย่ ในหลวงท่านก็ทรงพระประชวร โอ้วววจอร์จ
สาระ จากทีวี - ตะกี้ดู AF3 อยู่ แล้วก็เข้าใจสัจธรรมว่าถ้าอยากเข้าวงการบันเทิงนอกจากหน้าตาดีแล้วต้องมีจุดเด่น! ตอนที่มันโหวตคนออกประจำอาทิตย์ มีผู้ชายอยู่คนนึง V อะไรไม่รู้จำไม่ได้ แมร่งร้องไห้เป็นเผาเต่าเลย พอพิธีกรมาถามว่าจะพูดอะไรกับเพื่อนที่ต้องโดนโหวตออก มันก็ปล่อยโฮออกมาเลย บอกว่า ผมรักเพื่อนทุกคนครับ ไม่อยากให้มีใครออก...
อืมม
ก็เข้าใจนะว่าเสียใจที่เพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายสัปดาห์ต้องออกจากบ้านไป แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าแค่เพื่อนออกจากบ้านมันร้องไห้ขนาดนี้ ญาติมันเสียคงฮาราคีรีตายตามไปด้วยแน่ๆเลย -*-
ฝาแฝดแอปเปิ้ล-เชอรี่นี่เห็นครั้งแรกนึกว่าเบลกะหว่าหวา หุ่นดีนะ แต่เสียงไม่ได้เรื่องเลยอ่ะ เอ๊ะ แล้วกรูจะบ่นทำไมวะ
เห็นไหมครับมีสาระเยอะจริงๆ...
ทีนี้ผมก็เลยมานั่งคิดนอนคิดว่าจะทำอะไรไร้สาระให้มันคลายเครียดดี ก็เปิด wikipedia หาความหมายของคำว่าไร้สาระก่อน (ทุกวันนี้ทำอะไรต้องมีข้อมูลครับ) ก็มาสะดุดตรงนิยามของคำว่าไร้สาระ (Nonsense)
Nonsense is an utterance or written text in what appears to be a human language or other symbolic system,
that does not in fact carry any identifiable meaning.
โอ้วววว ขนาดกรูจะทำเรื่องไร้สาระ มันยังมีสาระจนแปลไม่ออกเรย 555
เขาบอกว่าไอ้การสร้างเรื่องไร้สาระเนี่ย ทำไม่ยาก แค่เอาคำที่มีความหมายมาต่อๆกัน เดี๋ยวมันก็ไร้สาระเอง ยกตัวอย่าง
เช่นคำว่า "รากที่สองของวันศุกร์" ไม่ได้คิดอะไรเลยครับพี่น้อง รากที่สองหรือ square root ก็ operator ทางคณิตศาสตร์
ตัวนึง วันศุกร์ก็วันสุดท้ายของอาทิตย์การทำงานที่ควรจะมีความสุขมากๆ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย
แต่เชื่อไหมว่ามนุษย์เราจะพยายามค้นหาความหมายของเรื่องไร้สาระ ทำให้มันมีสาระขึ้นมาสนองนี้ดของตัวเองให้ได้ บาง
คนก็คิดไปไกลถึงรหัสลับอะไรโน่นเลย พยายามถอดรู๊ตวันศุกร์ให้ได้ 5รู้ต2 ก็ 2.236 เอ มันมี 4 ตัวงี้ก็แทงหวยไม่ได้นี่หว่า
ต้องกลับหน้าก่อนหรือเปล่า หรือมันจะเป็น Davinci Code!
ในที่สุดผมก็ทำเรื่องไร้สาระสำเร็จจนได้... ก็ไอ้ที่คุณอ่านมาจนจบเนี่ยแหละครับ
ไร้สาระจริงๆ เขียนเอี้ยไรเนี่ย 02/07/2006 Dangerous Loop! รอบเดียวก็เสียวแว้บWarning !
อย่าพยายามที่จะรันโค้ดที่อยู่ข้างล่างนี้เป็นอันขาด นอกจากคุณจะรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ผู้เขียนไม่มีส่วนรับผิดชอบกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับข้อมูล, ซอฟแวร์ และฮาร์ดแวร์ของคุณทั้งสิ้น
เหอๆ จั่วหัวมาก้อขู่ซะน่ากลัวเลย ทำให้มันน่าสนใจไปอย่างนั้นแหละครับ จริงๆไม่มีไรหรอก อิอิ
มาวันนี้เปลี่ยน topic มาเป็นเรื่องคอมกันบ้างดีกว่า สำหรับคนที่เป็นโปรแกรมเมอร์(หรือจะ ปะแกมมั่ว ก็ไม่เกี่ยง) ที่เขียน C# อยู่อาจจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ถ้ารู้ก้อข้ามไปนะคับ ไม่รู้ก้อลองดู อุอุ
Microsoft เค้าบอกว่า .NET Framewok เป็น manage code แปลว่ามัน safe นะ ไอ้ผมก็เชื่อว่ามันปลอดภัย แต่เมื่อคืนมีโค้ดไม่กี่บรรทัดทำให้ความคิดผมเปลี่ยนไป โค้ดที่ว่าอยู่ข้างล่าง
Code: (C# language)
using System;
using System.Diagnostics; namespace CodeForFun
{ public class ProcessKiller { public static void Main(string[] args) { Process[] processes = Process.GetProcesses(); for (int i = 0; i < processes.Length; i++) { Process currentProcess = processes[i]; if (currentProcess != Process.GetCurrentProcess()) { currentProcess.Kill(); } } Process.GetCurrentProcess().Kill(); } } } โค้ดบ้านๆแค่เนี้ยแหละครับ ทำการลิสต์ process ทั้งหมดแล้วลูปเอาแต่ละตัวมาสั่ง Kill โดยถ้าเจอ process ของตัวเองให้ต๊ะไว้ก่อน แล้วค่อยมา Kill ทีหลังสุด
เขียนเพลินๆครับ แต่พอรันปุ๊บงิดเลย ผมคิดว่าอย่างมากมันต้องเกิด UnauthorizeActionException อะไรทำนองนี้โยนออกมาว่าไม่สามารถทำได้ มีอย่างที่ไหนเรียกโปรแกรมอื่นมา terminate ได้
เขียนเสร็จก็ Ctrl+F5 สั่ง debug เลย เรียบร้อย... สมใจอยากครับ
สำหรับคนที่ไม่ได้เขียนโปรแกรม, ไม่มี VS แต่อยากมีประสบการณ์ร่วมกะผมก็โหลดตัวนี้ไปรันดูนะ (ขำขำ)
ส่งท้าย
22/04/2006 Why do we born? What is the meaning of life?เราเกิดมาทำไม? เป็นคำถามคลาสสิกตั้งแต่สมัยไหนไม่มีใครรู้
อยู่ดีๆวันนี้ก็เกิดคิดขึ้นมาว่าเราเกิดขึ้นมาทำไมบนโลกใบนี้ อะไรคือความหมายของชีวิต ผมเชื่อว่าคนที่
นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งคงไม่ตั้งคำถามบ้าๆแบบนี้
เราเกิดมาเพื่อชำระบาปในโลกนี้ สร้างสมบุญเพื่อที่จะได้ไปอยู่บนสวรรค์กับพระผู้เป็นเจ้า รักและถูกรัก
ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ - คงเป็นคำตอบของชาวคริสต์
เราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมในชาติที่แล้ว และสร้างกรรมดีเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์ - คงเป็นคำตอบของชาวพุธ
เราเกิดมาจากจุดสูงสุดในห่วงโซ่วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต จากความบังเอิญที่ไม่พบที่ไหนในกาแล็กซี่ (
เท่าที่ความรู้อันน้อยนิดของเราเข้าใจ) เพื่อเสพสังวาสและขยายเผ่าพันธุ์ - คงเป็นคำตอบของนักชีววิทยา
เราเกิดมาเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของมนุษยชาติ เพื่อจะตอบคำถามนี้กับลูกหลานเราในอนาคต - คงเป็น
คำตอบของนักวิทยาศาสตร์
เราเกิดมาเพื่อกิน ดื่ม เที่ยว และฟันหญิง - คงเป็นคำตอบของเพลบอย
เราเกิดมาเพื่อตามหาใครสักคนบนโลกใบนี้ ที่กำลังตามหาเราเช่นกัน - คงเป็นคำตอบของผู้หญิงที่กำลัง
อินเลิฟ
แล้วมึงจะเสือกอะไรกะชีวิตกู - คงเป็นคำตอบของนักเลง
ต่างคนก็ต่างความคิด ต่างคนก็มีคำตอบของตัวเอง ซึ่งผมยินดีด้วยกับคนที่ค้นหาคำตอบได้ แต่ผมเชื่อว่า
หลายๆคนยังไม่แม้แต่จะคิดถามตัวเอง หากวันนี้ผมไปกระตุ้นต่อมสงสัยของท่านเข้าล่ะก็ ลองมาฟัง
ทฤษฎีของผมไหม ว่าเราเกิดมาทำไม?
ถ้าท่านหลวมตัวอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วก็อย่าถือสาสิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ มันเป็นมุมมองของผม -
มนุษย์คนหนึ่งซึ่งไม่เชื่ออะไรง่ายๆ หากอ่านแล้วขัดใจก็ถือว่าท่านผิดเองละกัน 555+
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์สำเหนียกตัวเองว่ามีอารยธรรมเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น
มันก็ได้สร้างเกราะป้องกันกลุ่มของมันจากภัยธรรมชาติต่างๆนาๆด้วยสิ่งที่เรียกว่า "สังคม"
"สังคม" คือกลุ่มมนุษย์ที่รวมตัวอยู่ด้วยกัน แรกเริ่มผู้ที่มีพลังมากที่สุดในกลุ่มพวกมันจะได้เป็นหัวหน้ากลุ่ม
มีสิทธิที่จะสั่งการคนอื่นๆให้ทำหน้าที่ของตน เพื่อให้สังคมยังคงอยู่ได้ มนุษย์ทุกคนมีหน้าที่ของตนเองไม่
ว่าจะแข็งแรงหรืออ่อนแอ แน่นอนว่าผู้ที่แข็งแรงกว่าย่อมมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าผู้อ่อนแอ แต่อย่างน้อยมัน
ก็ดีกว่าไปตกระกำลำบากท่ามกลางธรรมชาติและสัตว์ป่าที่มีเขี้ยวเล็บ
เมื่อสังคมมนุษย์ขยายตัว สิ่งจำเป็นที่ต้องมีต่อมาคือ "กฎระเบียบ ข้อบังคับ" เพื่อเป็นเครื่องรับประกันว่าผู้
ที่แข็งแรงจะไม่ทำร้ายคนอ่อนแอ ไม่ลักขโมย ไม่ล่วงละเมิดผู้อื่น
แน่นอนว่าเมื่อมีผู้ทำตามกฎ ก็ย่อมมีผู้ที่แหกกฎเช่นกัน ตรงจุดนี้แหละที่มนุษย์ฉลาดๆสมัยนั้นคิดค้นสิ่งที่
เรียกว่า "ศาสนา" ขึ้นมา
"ศาสนา" คือกฎทางจิตใจ ไม่ใช่ระเบียบข้อบังคับทางกายภาพอย่างเช่นกฎหมายทั่วๆไป หากแต่มันได้
บังคับให้กลุ่มคน หรือสังคม "เชื่อ" และปฏิบัติในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม - หากมองในจุดนี้จะ
เห็นความแยบยลของกลไกศาสนา เกือบทุกศาสนาในโลกสอนให้ทุกคนทำความดี ประพฤติตนเป็นคนดี(
ตั้งอยู่ในศีล) และหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ผู้ทุกข์ยากหรือด้อยกว่าตน(ทำบุญ) แล้วจะได้ผลตอบแทนที่
ยิ่งใหญ่คือการใช้ชีวิตในที่ๆสุขสบายหลังผ่านพ้นความตาย(ขึ้นสวรรค์)
ทำไมไม่มีคำสอนที่ว่า "ฆ่าเพื่อนมนุษย์ให้มากที่สุด แล้วเจ้าจะได้ไปสวรรค์" หรือ "ตบกบาลทุกคนที่คุณ
เห็นหน้า แล้วพระเจ้าจะลงมารับคุณ" - เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆกับสังคมโดยรวม
บางศาสนาสอนให้ท่าน "รัก" มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ และ "ให้" โดยไม่หวังผลตอบแทน - คำสอนนี้เป็น
สิ่งที่ฉลาดมาก เมื่อท่านรักใครสักคน ท่านย่อมอยากให้คนผู้นั้นมีความสุข และเมื่อเขาคนนั้นรักคนอื่นต่อ
ไป ต่อไป และต่อไป โลกก็จะสงบสุข - หากเทียบกับเทคโนโลยีปัจจุบันคงคล้ายกับ P2P อย่างบิตโทเร้นต์
ล่ะมัง
ผลประโยชน์ที่ได้จากการทำความดีก็เป็นสิ่งที่แยบยลอีกอย่างหนึ่ง จะมีใครหน้าไหนที่ทำโดยไม่หวังผล
ตอบแทนบ้าง ถึงไม่ได้ทางร่างกาย ก็ขอทางจิตใจล่ะ ทำแล้วสบายใจ แถมชาติหน้ายังสบายอีกต่างหาก
ทำบุญมากน้อยถ้าเราตั้งใจก็ได้ผลเท่ากัน - ยิ่งกว่าเก็งกำไรตลาดหุ้นซะอีก ซื้อมา 10 แต่ขายได้เป็นล้าน
(อย่าลืมว่าเราตั้งใจทำบุญ แม้มันจะเล็กน้อย) แต่กว่าจะเห็นผลก็นู่น ชาติหน้า รอต่อไปนะท่าน
มาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าหลายท่านแย้งผมอยู่ในใจ ทำบุญแล้วได้บุญชาตินี้ก็มีถมไป - ครับผมไม่เถียง
เพราะนี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นของผมคือกลไกทางสังคมต่างหาก
เมื่อมีสังคมและศาสนา อยู่มาวันนึงก็มีไอ้บ้าคนนึงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า "ตายห่าละ นี่กูเกิดมาทำไมกันนี่" นัก
ปราชญ์ชาวกรีกและโรมันโบราณ (Philosopher) เกิดอยากได้คำตอบว่าเค้าเกิดมาทำไมจึงเที่ยวถามใคร
ต่อใคร
ไม่มีใครให้คำตอบเขาได้ อย่าลืมว่าสมัยนั้นวิทยาศาสตร์ยังไม่ก้าวหน้า ไอ้มนุษย์พวกนั้นมันไม่รู้จักหรอก
ดีเอ็นอง ดีเอ็นเอ การปฏิสนธิคืออะไร? อสุจิพวกมันยังไม่รู้จักเลย - จนอยู่มาวันหนึ่งเขาก็ไปถามเจ้า
หน้าที่ในศาสนา(หรือจะเรียกว่าพระ, นักบวช, soloaster, etc...) ท่านก็ตอบอย่างไม่ลังเล
"เราเกิดมาเพื่อรับใช้พระผู้เป็นเจ้า... เพื่อทำความดีบนโลกมนุษย์และรอวันที่พระองค์จะเสด็จมารับเรา
กลับไป"
ไอ้พวกนักปาด ยังไม่สิ้นสงสัย แล้วถ้ากรูไม่นับถือศาสนาของมรึงล่ะ พระเจ้ามรึงจะเอาไปอยู่ด้วยอ้ะป่าว -
เริ่มล่อแหลมละ เอาเป็นว่าพวกเขายังไม่เชื่อละกัน
สิ่งที่พวกนักปาดขาดไปคืออะไร ใครตอบได้ยกมือขึ้น... ติ๊กต่อกๆ
...
ศรัทธา
...
ศรัทธาเป็นสิ่งแรกที่ท่านต้องมี ถ้าเลือกที่จะนับถือศาสนา เพื่อความสบายใจที่ได้รู้ว่าเกิดมาทำไม - อย่าง
น้อยท่านก็รู้จุดประสงค์ในการเกิดมาครั้งนี้ แถมยังทำให้สังคมดีขึ้น ไม่ได้ไปไล่ตบกบาลพ่อใครอีกต่าง
หาก
ผมไม่รู้จะเลือกเป็นนักปาดหรือเจ้าหน้าที่ดี - คุณล่ะ ถ้าต้องเลือกจะเป็นใครในสองคนนี้
เป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำตามกฎ - มีศรัทธาเพราะนั่นคือความหมายของชีวิต หรือจะเป็นนักปาดที่ไม่เชื่ออะไร
ง่ายๆ และเฝ้าถามคำถามนี้ต่อคนอื่นต่อไป
สุดท้ายนี้ผมเจอข้อความนึงที่อาจจะเป็นคำตอบให้กับคำถามบ้าบอของผม
By the way, it doesn't really matter what we were born for. We're here. We just need to try to
make the best of it and do whatever we can to be as happy as is possible for us. It is easier
for some than others.
ขอแปลเป็นไทยสำหรับท่านที่ไม่สันทัดในภาษาอังกฤษซักนิด
"ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม มันไม่สำคัญว่าเราจะเกิดมาเพื่ออะไร เราเกิดมาแล้ว ก็ควรจะทำสิ่งที่ดีที่สุดและทำ
อะไรก็ได้ที่จะทำให้เรามีความสุขมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าสิ่งนี้จะง่ายสำหรับคนๆหนึ่ง แต่บางครั้ง
มันก็ยากสำหรับคนอื่นๆ"
แล้วคุณล่ะ - เกิดมาทำไม? |
|
|||
|
|